NoksanarM

อย่าสับสน กับ “คนไม่เอาถ่าน”



วันเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน หลายอย่างก็อาจเปลี่ยนไป สมัยก่อนใครว่า อาชีพนักบอล มันก็เหมือนหมาไล่เนื้อ ลองดูในปัจจุบันสิ อาชีพนักบอล ทำให้เนื้อต้องไล่ล่าหานักบอล ไม่เชื่อไปอ่านข่าวนักเตะร่างจิ๋วอินเลิฟดูสิ

สูงต่ำไม่สำคัญ สะดือชนกันเป็นอันใช้ได้ คำนี้ ใครคนหนึ่งได้กล่าวไว้ และมันก็จริงเช่นนั้น ทุกวันนี้ นักเตะเมืองไทยหลายคนเป็นที่ต้องการของดารา ไม่ว่าจะร่างสูงหรือต่ำยังไง แถมกลายเป็นเสี่ยที่มีรายได้มากกว่า ประธานบริษัทบางคนเสียอีก และนับวันอาชีพนี้ ยิ่งหอมกรุ่นเสียเหลือเกิน

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถประสบความสำเร็จเฉกเช่นกระทาชายนายนักบอลร่างเล็กแต่สเปคสาวใหญ่ไชส์ XL กว่าเขาแต่ละคนจะมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เกินกว่าที่เขาจะสาธยายให้เราๆ ฟัง สู้ไปนั่งบนตักสาวใหญ่ร่ายเวทมนต์ลีลาการยิงประตูซะดีกว่า

กว่าจะมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ ทุกคนต้องมีมือปั้นระดับปรมาจารย์ทั้งนั้นบวกกับพรสวรรค์ตัวเอง พวงสวรรค์ไม่เกี่ยว ในต่างประเทศนอกจากนักเตะแล้ว ผู้ฝึกสอนหรือโค๊ช ก็มีค่าตัวไม่แพ้กัน เพราะมันสมองของโค๊ชมีส่วนทำให้นักเตะได้เกิดหรือไม่ มีส่วนทำให้รูปแบบ ทรงบอลของทีมเป็นที่ประทับตรึงตราแฟนบอลหรือไม่

แต่เมืองไทยหันไปดูผู้ฝึกสอนกันแล้ว พอนับหมวกได้ว่ามีกี่คนที่มีดีกรีถึง ส่วนมากก็มาแบบถูๆ ไถๆ พอได้เงินเดือนบวกกับค่าเปอร์เซ็นต์ สังเกตุง่ายๆ ดูการดึงตัวนักเตะมาและการใช้งานตอนลงสนาม

บนเกาะภูเก็ตก็ใช่ย่อย หลายคนเอาชื่อเสียงมาทิ้ง เพราะมาเจอกับโค๊ช หรือ การจัดการ ที่ไม่สามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองเจริญเติบโตได้ นักเตะบางคนต้องหมดอนาคตเพราะไม่เข้ากับโค๊ชเลยโดนฆ่ากลางสนาม คนเก่งๆ เลยไม่ได้เกิด

ภูเก็ตเมื่อสมัยปี 2010 เปรียบเสมือนโรงเพาะบ่ม คนทำทีมจับมือกับทีมใหญ่ ดึงเยาวชนมาขัดกระดูก และบริหารจัดการอย่างมีระบบ มีโค๊ชที่ดีระดับปรมาจารย์ ปัจจุบันบางคนกลายเป็นเชือกวิเศษ บางคนเป็นจอมทะลวงประตูระดับแนวหน้า

หลังจากนั้นมา เราก็ไม่ได้เห็น ทีมงานหรือ หัวหน้าทีม ที่ดีทำงานได้มาตราฐานแบบนั้นเลย ยิ่งคนใหม่ๆ มา ยิ่งถอยหลังลงคลอง ศรัทธา ก็หดหายไปจากระดับหมื่นคน เดี๋ยวนี้เป็นแสน แสนสาหัสจริง งานแข่งนกกรงหัวจุก คนดูยังมากกว่าเสียอีก ครั้นจะดึงตัวนักเตะระดับแนวหน้ามา ก็สู้ราคาไม่ไหว เพราะรายจ่ายมากกว่ารายรับ

สถานการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นกับทุกทีมในระดับเดียวกัน คนที่จะทำให้ทีมก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ได้ ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดีและมีความเข้าใจธุรกิจฟุตบอลดีพอ ไม่ใช่ เอาใครก็ได้มาคุมนักเตะ เอาใครก็ได้มาคุมทีม พอมีปํญหา ก็หันหน้าไปด่าแฟนบอล ไม่รู้ทำเพื่อตัวเอง หรือตั้งใจทำเพื่อชื่อเสียงจังหวัด

คิดดูแล้ว รู้สีกชอบและประทับใจระบบการทำงานสมัยขงเบ้งมาคุมทีมจริงๆ การทำทีมบอลมีระบบ ระเบียบอย่างมาก ทีมงานแกทำการบ้านตลอด คิด วิเคราะห์ แยกแยะ เตรียมพร้อมกับการรับมือคู่แข่งทุกนัด ผู้บริหารในขณะนั้น ไม่มีใครสามารถไปก้าวก่ายหน้าที่ผู้ฝีกสอนได้ ก็จำใจทำหน้าที่ตัวเองไป

ทุกๆ วัน หน้าที่ฝึกซ้อม แต่ละคนรู้หน้าที่ หัวหน้าฝึกซ้อมก็คิดหากลยุทธ์แก้เกมส์คู่แข่ง ไม่ต้องไปซ้อมดนตรี หาอาหาร โพสต์หน้าเฟส หาเห่าใส่หัว เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ นักเตะมีกฏข้อห้ามในการใช้สื่อออนไลน์ ไม่ต้องเที่ยวโพสต์ยกหางผู้ฝึกสอนที่ดึงตัวเองมาเตะ มันไม่ใช่หน้าที่ ถ้าจะช่วยทีมก็ควรกดดันคนทำทีมให้ทำหน้าที่จ่ายเงินมา ไม่ใช่ไปท้าทายคนอื่นเรียกคะแนนสงสาร ใครสงสารก็บ้าละ

ทุกนัดที่ลงแข่งแฟนบอลได้เฮตลอด บางนัดแพ้ บางนัดเสมอ แฟนบอลสุขใจกับสไตล์การเล่นมีรูปแบบชัดเจน การแก้เกมส์แต่ละนัด เหมือนฝัน เพราะแฟนบอลดันมีมาตราฐานสูง ขงเบ้งแกจัดให้ ไม่ใช่ เอาเซ็นเตอร์ไปลงแทนกองหน้า

แฟนบอลก็สุขใจไม่ต้องเที่ยวป่าวประกาศหน้าเฟสว่า วันนี้ผมไปจ่ายค่าไฟฟ้าให้นักเตะ เที่ยวประมูลของหาค่าอาหารให้นักเตะ อ่านแล้วมันดูเศร้าใจจัง มันใช่หน้าที่ ที่ควรภูมิใจไหม รักนักเตะ อยากให้อาชีพนักเตะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ก็ให้เกียรตินักเตะ ไปจัดการคนทำทีมโน้น

ทุกอย่างเป็นเปลี่ยนไปหมดแล้ว นักเตะเขาทำเป็นอาชีพ เขาเปิดอกคุยกันกับดาราแล้ว เรายังเวียนวนพายเรือในอ่างกันอีก การจะก้าวพ้นสิ่งเหล่านี้ ถ้ายังเอาคนกันเองไว้ ทำกันเองแบบนี้ มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่เป็นการพอกปัญหาไว้ต่างหาก ใครที่บอกว่า ทำเพื่อจังหวัดภูเก็ตแล้ว ก็ลองดู ทำเพื่อภูเก็ตเขาทำกันแบบนี้เหรอ

ตารางไม่เคยโกหกใคร เท่านี้ก็เห็นแล้วว่า ทีมภูเก็ตเราทำได้แค่ไหน ประเทศไทย นอกจากมีนักเตะระดับตีนอาชีพแล้ว ยังมีผู้ฝึกสอนระดับหัวกระทิอีกหลายคน สามารถปั้นนักเตะมาหลายต่อหลายแล้ว ไม่ใช่มีแค่นี้ ขาดใครไปสักคนคงไม่ทำให้ภูเก็ตเสียหายไปมากกว่านี้

ยอมรับและให้โอกาสคนที่มีวิสัยทัศน์มากกว่านี้มาทำทีมเหอะ ทำได้แค่นี้ ขึ้นอยู่ไปก็เป็นการทำร้ายจังหวัดภูเก็ตปล่าว ทำให้หมดโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ ยิ่งอยุ่ก็เปรียบเสมือนยิ่งทำร้าย อย่าให้เขาทนไม่ไหวต้องออกมาแสดงอารยะขัดขืนเลย เพราะฟุตบอลต้องอาศัยศรัทธาแฟนบอลหากิน อย่ามาดูถูกว่าแฟนบอลไม่มีสิทธิ์

ต้องอย่าลืมว่า คนภูเก็ตย่อมรักศักดิ์ศรีภูเก็ต ตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็รู้เห็นเช่นชาติความจริงกันหมดแล้ว คงรับไม่ได้ ใครที่คิดว่า ตัวเองคือจุดอ่อน ก็ควรเดินออกไปเอง อย่างมีศักดิ์ศรีในตัวเอง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ในโพรไฟล์มันจะไม่งาม ยามที่ไปสมัครงานกับทีมอื่นว่า คุณถูกไล่ออก

ขนาดนักเรียนโดนไล่ออกไปสมัครเรียนที่ใหม่ ครูใหญ่ยังร้องไห้ซบอกครูสาวแล้วบอกว่า

“เธอเหนื่อยไหม ที่ต้องทนกับคนไม่เอาถ่าน

เธอเบื่อไหม ที่ยังยอมให้คนไม่ได้ความ
ขอโทษจริงๆ ที่ฉันทำให้เหนื่อยใจ”

สะตอแดนใต้

Comment about the matter : อย่าสับสน กับ “คนไม่เอาถ่าน”