NoksanarM

บทวิจารย์แห่ง ความจริง ที่หนีไม่พ้น


การเข้าไปดูฟุตบอลในสนาม มันก็ไม่ต่างจาก การซื้อตั๋ว เข้าไปดูหนัง เข้าไปดูแล้ว หนังมันห่วยแตก หนังมันเหี้ย ส้นตีนจนอยากจะลุกออกจากโรงหนัง ทั้งที่มันฉายไปแค่ครึ่งเรื่อง คนดูมีสิทธิ์วิจาณย์หนังเรือ่งนั้นได้ (เพราะเสียเงินเข้าไปดู ไม่ได้ดูฟรีเหมือนหนังขายยาซะเมื่อไหร่)

แต่คนดูหนัง ไม่ใช่คนสร้างหนัง(เพราะไม่มัปัญญาหาเงินมาสร้้าง)

การซื้อตั๋วเข้าไปดูฟุตบอล มันก็คือๆกัน เพื่อความบันเทิง บอลแพ้-ชนะ มีสิทธิวิจารย์ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงไปทำทีมเอง ไปบริหารเอง จัดตัวผู้เล่นเองได้..(เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเมิง) เพราะนี้คือฟุตบอลอาชีพ ไม่ใช่ฟุตบอลผ้าป่า หรือบอลดารา (ละครเมืองไทย) ที่จะให้เข้าไปดูฟรีๆ

เล่นห่วยก็คือห่วย ไม่ใช่เอาใหม่ เอาใหม่(ไม่งั้ยป่านนี่ใหม่ สะดุ้งเลย ท้องไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว.555555)

ธรรมชาติของแฟนบอลนั้นไม่ว่าชนชาติไหน รึว่าสายพันธุ์ใดๆนั้นล้วน ชอบเสพชัยชนะกันทั้งนั้นแหละ (รึว่าใครจะเถียงว่าเข้าไปดูเพื่อความพ่ายแพ้) ก็อย่างที่บอก ดูฟุตบอลคือความบรรเทิงทางใจ(ถ้าไม่บันเทิง แล้วจะเสียเงิน เข้าไปดูทำแมวน้ำอะไรวะ)

แพ้บ้าง ชนะบ้าง ก็ถือว่าเป็นธรรมดาของเกมการแข่งขัน แต่ถ้าแพ้ แพ้ แพ้ ทำให้หงุดหงิดง่ามเท้า ถามว่ายังจะมีแรงแหก ปากเชียร์กันอยู่ไหม ชนะ ก็ได้ยิ้มแย้ม สบายใจกันก่อนกลับบ้าน (ตื่นเช้ามาก็ทำงาน ทำมาหาแดก ตามหน้าที่)

ไม่มีใครยอมเสียเงินเพื่อมารับเอาความหงุดหงิดกลับบ้านหรอกค๊าบ แพ้บ้าง–ชนะบ้าง ก็ยังดี….เพราะมันมีผลกับวันต่อไปในชีวิตคนทำ งาน(หาเช้าไว้กินเย็น)…แค่อยู่กับความเป็นจริงให้ได้และไม่หลอกตัวเอง ก็พอค๊าบ…(แดกเบียร์ เชียร์บอล กลับบ้านนอน เช้าตื่นขึ้นไปทำงาน) 5555555

ขอขอบคุณ: K king.kevin

Comment about the matter : บทวิจารย์แห่ง ความจริง ที่หนีไม่พ้น