NoksanarM

อินไซด์ เอ๊าท์ ถ้าไม่เก๋า เขาคงไม่กล้าเข้ามา


เปิดตัวกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับผู้บริหารชุดใหม่ของภูเก็ตเอฟซี ที่มี 2 หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง วิสัยทํศน์ไกล ที่รวมกันผนึกทุนหวังสร้างภาพฝันใบใหม่ให้ชาวเกาะภูเก็ตได้ตักตวกความสุขกับวงการฟุตบอล หลังจากต้องก้มหน้ารับสภาพความถดถอยของทีมมาเป็นเวลาระยะหนึ่ง

ใครที่อาศัยเกาะภูเก็ตหลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อเสียง 2 นักธุรกิจหนุ่มนี้มากนัก แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีฐานะอันจะกินแต่ก็ยังดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ไลว์โพรไฟล์ อีกด้านหนึ่งของเขาก็ยังสนใจรักเกมส์กีฬา หลายครั้งที่ได้ลงเล่นกีฬาเรียกเหงื่อออกกำลังกายกับสังคมเพื่อนฝูง จึงไม่แปลกเลยว่า ทำไมนักธุรกิจหนุ่มเหล่านี้ให้ความสนใจเข้ามาโอบอุ้มกอบกู้วิกฤตทีมภูเก็ตเอฟซี

หลังจากที่ประธานสโมสรคนเก่าประสบปัญหาสภาพคล่องในการบริหารกิจการสโมสร แฟนบอลกลุ่มหนึ่งที่จัดกิจกรรมเตะบอลเพื่อสุขภาพที่วันศุกร์และได้รู้จักกับหนึ่งในนักธุรกิจหนุ่ม จึงมีการสนทนาธรรม ถึงภาวะวิกฤติของทีม และดำเนินมากลายเป็นดีลประวัติศาสตร์ขึ้น ตามที่เป็นข่าว

จากการที่เป็นแฟนบอล และอีกหน้าหนึ่งคือกลุ่มสื่อสารมวลชน ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและนำข่าวออกมาเปิดเผยให้แฟนบอลได้รับรู้ หลายครั้งมีผลกระทบต่อบุคคลหลายฝ่ายจึงเกิดความไม่พอใจกับกลุ่มนี้ขึ้น และแฟนบอลบางกลุ่มถึงกับเดินไปยืนฝั่งตรงข้าม การทำหน้าที่มือประสานครั้งนี้ เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากบทบาทที่เคยทำ จึงถูกมองว่าเป็นการเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการดีลงาน รายชื่อสายย่อเลยถูกผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายตีแผ่ออกมาชี้นำให้สังคมมองการกระทำเขาไปในเชิงลบ

จุดนี้เอ็งที่อาจสร้างความหนักใจกับผู้บริหารสโมสร เพราะจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาถึงจุดนี้ รากฐานก็มาจากกลุ่มแฟนบอลนี้ ผู้ซึ่งมีวิสัยทัศน์และมีองค์ความรู้เรื่องศาสตร์ฟุตบอลเป็นอย่างดี แต่หากจะให้เข้ามาเป็นหนึ่งทีมทำงานแล้ว อาจเจอกับแรงต่อต้านจากแฟนบอลอีกลุ่มและนักธุรกิจหลายคน ผู้บริหารหนุ่มจึงจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเงียบๆ

ดังนั้นจึงมีการเปิดประตูเชิญแกนนำหลักของแฟนบอลอีกกลุ่มเข้ามาพูดคุยหาแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบทุกด้านก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ พลันที่ได้มีโอกาสก้าวขาพ้นประตูเข้ามา ก็มีการส่งสัญญาณเรียกระดมพลแฟนบอลกลุ่มตนเองมาวางแผนเพื่อได้เข้ามาร่วมทำงานแทนกลุ่มสายย่อ และมีเสียงกระแอมออกมาจากโทรโข่งประหนึ่งเป็นการประชดประชัดว่า “ดังแต่ท่อ” เพื่อให้ใครบางคนได้ยิน

แม้จะถูกมองว่า รถสายย่อดังแต่ท่อล้อไม่หมุน และถูกทิ้งเคว้งคว้างไว้โดยที่ไม่สามารถรู้ได้ว่า ตัวเองควรจะไปต่อ ตามที่ตกลงไว้กับคนขับหรือไม่ หรือจะต้องเดินกลับบ้านอย่างเดียวดาย การที่ถูกทิ้งให้ยืนไว้ นั่นคือคำตอบว่า “คุณไม่ได้ไปต่อ” คนเหล่านั้นจึงพากันจูงมือกลับมายังที่ที่ตัวเองเคยอยู่เหมือนเดิมอย่างเงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงกระแอม

ที่ผ่านมาปัญหาหลักของวิกฤติทีม รากเหง้ามาจาก “ศรัทธา” และ ปัญหา “วิกฤตศรัทธา” มาจาก “ความสามัคคีของแฟนบอล” เป็นปัจจัยหลัก ผลงานที่ย่ำแย่ของทีมนั้นยังถือได้ว่าเป็นประเด็นรอง ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากมีกลุ่มแฟนบอลกลุ่มใด กลุ่มหนึ่งใกล้ชิดกับสโมสร อีกกลุ่มจะมีอาการ มองอย่างกลางๆ ประหนึ่งว่าเป็นการชิงดี ชิงเด่น การจะให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาใกล้ชิด กลายเป็นดาบสองคมเสียแล้ว จำเป็นวางระยะห่างไว้

กอปรกับเมื่อครั้งต้นฤดูกาล นโยบาลที่ผิดพลาดของสโมสรทำให้ต้องเสียแฟนบอลอีกกลุ่มไป จำนวนผู้ชมจึงลดน้อยลงจนเหลือหลักร้อย

ผู้บริหารคนใหม่เมื่อได้สัมผัสกับแฟนบอลหลายกลุ่มด้วยตัวเองแล้วจึงทำให้รู้ว่า การแก้ไขวิกฤติศรัทธาของแฟนบอลนั้นแก้ไขได้ยากมากและไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเร็ววัน แม้จะมีเงินทุนเท่าไหร่ก็คงจะไม่สามารถช่วยได้

ดังนั้นจึงต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่สามารถควบคุมได้ นั่นคือ เริ่มจากภายในองค์กร

นั่นจึงเป็นที่มาของ ยุทธศาสตร์ “อินไซด์ เอ๊าท์”

กลยุทธ์ในการสร้างความแข็งแกร่งและรากฐานที่มั่นคงจากภายในองค์ก่อน จากนั้นค่อยๆ เปิดออกสู่ภายนอก เพื่อเรียกแรงศรัทธา คืนมา

แต่ก็ยังมีคำถามจากแฟนบอลหลายคนผู้เฝ้ามองดูความเคลื่อนไหวต่างๆ ของสโมสรว่า “ภายในสโมสรเองยังมีบางคนที่เป็นอุปสรรคอยู่ และที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัด จะมั่นใจได้ไงว่า จะสามารถสร้างผลงานเรียกศรัทาได้เร็วทันกับวิกฤติศรัทธาที่รอวันล่มสลายได้อย่างไร”

คนคิดถามในใจบางคนคงลืมไปว่า ตราบใดที่คนทำงานในองค์กรยังดำรงสถานะลูกจ้างสโมสร มันก็คงไม่มีอะไรยากไปกว่า การให้หยุดทำหน้าที่ หากไม่มีความสามารถสร้างผลงานได้ดีพอ ต่างกับแฟนบอล ที่ไม่ใช่สถานะลูกจ้าง

ลูกจ้างหมดรักสโมสรก็ออกไปอยู่สโมสรใหม่ได้ แต่แฟนบอลหมดรักสโมสรก็ไม่สามารถออกไปปักหลักเชียร์ที่อื่นได้

กลับกัน สโมสรหมดรักลูกจ้างก็ให้ออกไปได้ แต่ถ้าสโมสรหมดรักแฟนบอลจะหิ้วสโมสรหนีไปที่อื่นได้ยังไง

ในแง่แฟนบอลด้วยกันแล้ว ถ้าหมดรักสโมสร ก็ไล่ผู้บริหารให้ออกไปได้ หมดรักนักเตะก็โห่ไล่ให้ออกไปได้ แต่ถ้าหมดรัก แฟนบอลด้วยกันแล้ว จะเกลียดแค่ไหน ก็ไล่ให้ไปไกลจากกันไม่ได้ เหมือนลิ้นกับฟัน ยังไงมันก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่ดี

จึงขอชื่นชมผู้บริหารใหม่ที่ตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาจากข้างในก่อน..ปล่อยให้แฟนบอลกัดฟัดกันไปเดี๋ยวก็เหนื่อยพัก..พากันไปเตะบอลกระชับมิตรกันเองแหละ

สะตอแดนใต้

Comment about the matter : อินไซด์ เอ๊าท์ ถ้าไม่เก๋า เขาคงไม่กล้าเข้ามา